เคล็บลับ`ชาดี'ต้อง`นาทีเดียว'

เห็นขึ้นต้นอย่างนี้ไม่ใช่ว่า การดื่มชาต้องดื่มภายใน 1 นาที จึงจะมีประโยชน์ หากเป็นเช่นนั้นอรรถรสในการดื่ม "ชา" เครื่องดื่มในความนิยมของหลายๆ คน หลายเชื้อชาติ หลากหลายวัฒนธรรม ที่แสนจะพิถีพิถัน อาจคลายมนต์เสน่ห์ของช่วงเวลาจิบน้ำชายามบ่ายไปเลยทีเดียว
"นาที เดียว" จึงเป็นหัวใจสำคัญที่อยู่ในขั้นตอนการชงชา กรรมวิธีการชง "ชา" เสน่ห์สำคัญที่ชวนหลงใหล ทั้งผู้ชงและผู้ชิม ความละเมียดละไมในแต่ละลำดับขั้นตอนในการชง
หลายครั้งที่เราได้รับฟังถึงคุณประโยชน์มากล้นของใบชา ชะลอความชรา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันในร่างกายป้องกันโรคมะเร็ง ทั้งยังรักษาโรคในหลอดเลือดหัวใจเสริมสร้างและปกป้องระบบอวัยวะที่ทำหน้าที่ ย่อยอาหารและระบบขับถ่ายปัสสาวะ คงประสิทธิภาพในการช่วยรักษาเซลล์ผิวเยื่อตา ทั้งมีประสิทธิภาพในการลดความอ้วน และช่วยประเทืองความงาม สรรพคุณต่างๆ ล้วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพของร่างกายได้สารพัดโรคก็ว่าได้ แต่ประโยชน์เหล่านั้นจะได้มาอย่างไร หากเราไม่รู้จักวิธีการนำชามาใช้ให้ถูกต้อง
เริ่มตั้งแต่การเลือกหาภาชนะที่เหมาะสมในการชงชา ควรเลือกชนิดที่ทำด้วยดินเผา เพราะจะทำให้น้ำชาที่ได้มีรสชาติ กลิ่น และคุณภาพดีที่สุด และควรลวกกาดินเผาด้วยน้ำร้อน 1 ครั้ง จากนั้นใส่ใบชาประมาณ 1/3-1/4 ของปริมาตรกา หรือตามแต่ความชอบแต่ละคน ต่อจากนั้นเติมน้ำร้อนอุณหภูมิ 90-100 องศาเซลเซียส รินใส่กาชาจนเต็ม ทิ้งไว้เพียง 10 วินาที แล้วรินน้ำนั้นทิ้งจนหมดทันที การทำเช่นนี้เพื่ออุ่นกาชา และให้ใบชาตื่นตัว
หลังจากนั้น ใช้น้ำร้อนรินใส่กาน้ำจนเต็มอีกครั้งแล้วปิดฝากา รอประมาณ 50-60 วินาที แล้วรินดื่มได้เลย การรินชาแต่ละครั้งต้องรินให้หมดกา และควรรินใส่แก้วกลาง จากนั้นจึงแบ่งรินใส่แก้ว สำหรับดื่มต่อไป เพื่อจะได้รสชาติที่สม่ำเสมอทุกแก้ว
เกร็ดเล็กๆ ที่ควรระมัดระวังในการชงชา ไม่ควรใส่ใบชามากเกินไป เพราะจะทำให้การคลายตัวของใบชาไม่เต็มที่ รสชาติที่ได้จะไม่สมบูรณ์ ส่วนน้ำที่ใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำเดือด แค่ไม่ต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส เป็นใช้ได้ เมื่อชงแล้วควรเทน้ำชาออกจากกาให้หมด ถ้าไม่หมดจะทำให้น้ำชามีรสขม ฝาดมากขึ้นและเสียรสชาติ
นอกจากนั้น ความพิถีพิถันในการเก็บรักษาชาที่ยังไม่ได้ชงก็เกี่ยวพันกับอรรถรส และคุณประโยชน์เช่นกัน ทุกครั้งที่เปิดซองเพื่อนำชามาชง ควรรีบปิดซองนั้นโดยเร็ว เพื่อไม่ให้อากาศหรือกลิ่นเข้าไปทำให้กลิ่นชาเสีย
หากปฏิบัติตามกรรมวิธีที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้เราได้ดื่มชาดี มีคุณประโยชน์อย่างครบครัน เพียงอย่าเผลอดื่มน้ำชาค้างคืน หรือดื่มชาที่ทิ้งใบชาแช่อยู่ในน้ำนานเกินไป เพราะโปรตีนในน้ำชาไม่สามารถป้องกันตนเองได้ เมื่อมีเชื้อโรคมาผสมจึงง่ายต่อการเปลี่ยนสภาพ
ที่สำคัญไม่ควรดื่มชาขณะท้องว่าง เพราะน้ำชาอาจจะเข้าไปย่อยกระเพาะแทน เมื่อไม่มีอาหารให้ย่อย และไม่ควรดื่มน้ำชาพร้อมกับยา เนื่องจากน้ำชามีความเป็นกรดอยู่ในตัว ถ้าดื่มน้ำชาพร้อมกับยา ความเป็นกรดของชาจะไปทำลายคุณสมบัติของยาได้ จึงควรทานยาหลังจากดื่มชาไปแล้ว 2 ชั่วโมง จะดีที่สุด

อ้วน.com ขอขอบคุณ - แนวหน้า

http://www.xn--q3c1ar6i.com/forum/