0 Comments
Posted in Arrangement, Art, Business

ตัวเลือกอาหารเช้าสำหรับการไดเอท

ตัวเลือกอาหารเช้าสำหรับการไดเอท

ในทุกเช้าที่คุณต้องไปทำงาน อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมาก เพราะคุณต้องใช้พลังงานจากอาหารมือนี้ในใช้ชีวิตเป็นหลัก แต่ในอีกมุมกลับกัน ทุกๆเช้าก็เป็นช่วงที่เร่งรีบฝ่าการจราจรที่ติดขัด ฝ่าผู้คนมากมาย ต้องไปให้ถึงที่ทำงานทันเวลา อาหารมือเช้าที่จะเป็นไปได้ที่จะลงกระเพราะก็คงหนีไม่พ้น ข้าวเหนียวหมูย่าง ปาท่องโก๋ หรืออาหารตามข้างทางทั่วไปในทางผ่านระหว่างไปทำงาน ซึ่งอาหารเหล่านี้ ล้วนอุดมไปด้วยไขมันทั้งนั้น สำหรับคุณผู้หญิงที่อยากจะไดเอทแล้ว คงเป็นเรื่องยาก ที่จะหาอาหารเช้าที่เหมาะกับการไดเอทมารับประทาน ลองดูตัวเลือกดีๆ ของอาหารเช้า 4 สิ่งนี้ก่อน อาหารไดเอทง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณไดเอทได้ง่ายขึ้นค่ะ


ตัวเลือกอาหารเช้าสำหรับการไดเอท-2

1. ไข่คนโรยพริกป่น


ไข่ เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนแม้ในขณะที่คุณต้องการลดน้ำหนัก โปรตีนและไขมันบ้างเพื่อช่วยในการเสริมสร้างสุขภาพที่ ดี แต่วิธีที่จะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น ก็คือ สาร capsaicin ในพริกป่นนี่เอง ใส่พริกป่นในปริมาณที่คุณจะรับความเผ็ดได้นะคะ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้คุณปวดท้องได้


ตัวเลือกอาหารเช้าสำหรับการไดเอท-3

2. ปลาทูน่ากระป๋อง

ซื้อปลาทูน่ากระป๋องจากซุปเปอร์มาร์เก็ตติดไว้ก็ดีนะคะ นอกจากจะได้รับโปรตีนที่ดีแล้ว ยังจะช่วยให้ได้ โอเมกา-3ในมือเช้าของคุณอีกด้วย และไม่เพียงเท่านั้น มันยังจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้อีก ร้อยละ 26 ลอง ใส่ปลาทูน่าลงข้อ 1 ก็ได้นะคะ อร่อยไปอีกแบบ

 

ตัวเลือกอาหารเช้าสำหรับการไดเอท-4

3. ชาเขียว


หากใครบางคนติดกาแฟอยู่ อยากจะให้เปลี่ยนของในแก้วจากกาแฟเป็นชาเขียวดูบ้างค่ะ ไม่เพียงแต่ชาเขียวจะได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระแต่ยังสามารถเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่าง กายของคุณเพิ่มขึ้นได้ถึงร้อยละ 4.6 ในขณะเดียวกัน ถ้าหากคุณดื่มกาแฟ คุณจะต้องดื่มกาแฟถึง 2 แก้ว เพื่อที่จะช่วยในการเผาผลาญพลังงานที่เทียบเท่ากับชาเขียว หรือหากคุณต้องการความสดชื่น ลองเติมน้ำมะนาวลงไปก็ได้ค่ะ


 

ตัวเลือกอาหารเช้าสำหรับการไดเอท-5

4. โยเกิร์ต


ในโยเกิร์ตมีวิตามิน D สูง ซึ่งวิตามิน D นี้จะช่วยดูดซึมแคลเซียมจากอาหารที่คุณทานเข้าไป แต่จากการวิจัยในประเทศอเมริกา พบว่า วิตามิน D นั้น ไม่ได้เพียงแต่จะช่วยดูดซึมวิตามิน D เพียงอย่างเดียว แต่ยังจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันอีกด้วย เวลาเลือกทานต้องเลือกแบบรสธรรมชาติปราศจากน้ำตาลด้วยนะคะ


หาไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะคะ ยังไงก็ลองหาซื้อไว้ติดตู้เย็นไว้ก็ดีค่ะ


ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ การลดความอ้วนและลดน้ำหนัก จาก สนุกดอทคอม

0 Comments
Posted in Arrangement, Art, Business

6 วิธีลดอาการอยากของหวาน

6 วิธีลดอาการอยากของหวาน


ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำวิธีไดเอ็ทด้วยการเอาชนะความอยากทานหวานและเค็ม


ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในระหว่างไดเอ็ทอย่างหนัก นั่นก็หมายความว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงต้องตัดลดปริมาณการรับประทานรสหวานและรสเค็มลงให้ได้ ซึ่งการลดความอยากกินรสชาติอันยั่วยวนทั้งสองอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะฉะนั้นนายแพทย์ Mehmet Oz หรือที่รู้จักกันในนาม Dr. Oz ผู้เชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงในวงการแพทย์รวมถึงยังเป็นนักแต่งหนังสือ ก็ได้มาให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ ที่จะช่วยให้คุณสามารถลดความอยากทานทั้งสองรสชาตินี้ลงได้ ซึ่งก็จะนำไปสู่หุ่นอันผอมเพรียวที่หวังไว้ในที่สุด!

เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ That's Fit ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพได้ รายงานว่าความปรารถนาอยากรับประทานอาหารนั้นมีความคล้ายคลึงกับความปรารถนา ในเรื่องของเพศสัมพันธ์ Dr. Oz บอกว่ามันก็คือความต้องการทางด้านชีวภาพในการที่จะรักษาและบำรุงเลี้ยงดู ระบบการทำงานในหลายๆ ระดับ และทั้งสองอย่างนี้จะผิดพลาดไม่ได้เพราะเป็นสองสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด ต่อสายพันธุ์มนุษย์ของเรา

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเรามักจะมีความอยากทานเค้กช็อกโกแลตหรือวัฟเฟิ่ล มากกว่าที่จะไปโหยหาผักโขมหรือถั่วงอกนี่น่ะสิ แถมการที่จะเสริมสร้างพลังต่อต้านความอยากเหล่านั้นถ้าจะเปรียบเทียบไปแล้ว ก็จะคล้ายๆ กับการพยายามจะกลั้นหายใจใต้น้ำตลอดชั่วกัลปาวสาน เพราะฉะนั้น Dr. Oz ถึงได้บอกว่า คุณจะต้องมีการวางแผนที่ดี และต่อไปนี้คือคำแนะนำอันมีค่า

1. รู้จักความปรารถนาของตัวเอง

Dr. Oz บอกว่าทุกคนมีความอยากอาหารที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นก็ให้คอยดูว่าอะไรที่จะกระตุ้นต่อมอยากอาหารของคุณ​และก็พยายาม อยู่ห่างมันให้มากที่สุด สำหรับ Dr. Oz แล้ว ของโปรดของเขาก็คือถั่วเคลือบช็อกโกแลต ที่เขาบอกว่าเขากินมันได้ครั้งละเป็นแกลลอนๆ เลย แถมยังกินได้ไม่หยุดอีกด้วย เพราะฉะนั้นเขาก็เลยพยายามไม่ไปอยู่ใกล้ๆ มัน และหลีกเลี่ยงให้ไกลที่สุดถ้าทำได้

2. เก็บอาหารประเภท ‘junk food' ออกจากบ้านให้หมด
Dr. Oz แนะนำว่าให้เก็บเอาอาหารขยะทั้งหลายออกจากบ้าน ออกจากสายตา และออกจากความคิดให้หมดเกลี้ยง อย่าไปคิดถึงมันเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้ามันยากเกินจะทำและเกิดเผลอคิดถึงมันขึ้นมาสักครั้งล่ะก็ ก็ให้ไปที่ร้านและซื้อมาปลอบประโลมความอยากของตัวเองแค่ชุดเดียวก็พอ!


3. ลองหาของทดแทนที่ดีต่อสุขภาพ
นั่นก็หมายถึงทดแทน ความอยากทานของหวาน ด้วยการทานผลไม้อย่าง อินทผลัม องุ่น หรือผลมะเดื่อแทน หรือถ้าอยากจะทานอะไรที่เป็นครีมข้นๆ ก็ลองเลือกโยเกิร์ตแบบไขมันต่ำ ถ้าคุณนึกอยากทานอะไรเค็มๆ ก็หาแตงกวาดองมาทานแทน


4. ตั้งข้อแม้กับตัวเอง
ให้ลองทำใจเย็นๆ และอดทนกับความรู้สึกอยากทานอะไรสักอย่างให้ได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ถ้าความปรารถนานั้นยังแรงกล้ายากที่จะดับได้ ก็ให้ทานสิ่งที่อยากทานเข้าไปได้เล็กน้อย Dr. Oz บอกว่าปกติแล้วความอยากอาหารจะอยู่ได้แค่ประมาณ 20-30 นาที เพราะฉะนั้นถ้าเวลาผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมง ก็แสดงว่าคุณก็น่าจะทนมันได้แล้ว


5. หาอะไรล้างปาก

ด้วยการแปรงฟันหรือเคี้ยวหมากฝรั่ง เพราะว่าหลังจากทำสองสิ่งนี้แล้ว อาหารชนิดไหนก็ไร้รสชาติทั้งนั้นถ้าคุณยังมีรสมินท์หลงเหลืออยู่ในปาก


6. โทร.หาเพื่อน
บางครั้งความอยากอาหารของคุณจะเกิด จากความเครียดหรืออารมณ์ประเภทอื่นๆ ลองคุยกับเพื่อนสนิทสักคนที่คุณรู้สึกสบายใจที่จะคุยด้วย แทนที่จะหันไปแก้ปัญหาด้วยการตักไอศกรีมใส่ปาก

นอกจาก 6 ข้อที่กล่าวมาแล้ว Dr. Daniel G. Amen แพทย์และนักเขียนหนังสืออีกคนหนึ่งก็ให้ความเห็นว่าควรจะรักษาระดับน้ำตาลในเลือดของคุณด้วยการรับประทานอาหารเช้า และอยู่ห่างจากคาร์โบไฮเดรต เช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว และพาสต้าต่างๆ เช่นเดียวกับการหลีกให้ไกลจากวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล ที่จะยิ่งทำให้ความอยากอาหารรุนแรงขึ้นไปอีก

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ การลดความอ้วนและลดน้ำหนัก จาก VOICEtv
0 Comments
Posted in Arrangement, Art, Business

งดอาหารเช้า เป็นสาเหตุให้อ้วนได้

งดอาหารเช้า เป็นสาเหตุให้อ้วนได้

ผลวิจัยล่าสุดจากอังกฤษเปิดเผยว่า การไม่รับประทานอาหารเช้า อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะสมองจะสั่งการให้มีการรับประทานอาหารที่มากขึ้นในมื้อถัดไป


นักวิจัยจาก Imperial College London ในประเทศอังกฤษ เปิดเผยผลวิจัยล่าสุด เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการรับประทานอาหารเช้า กับการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว โดยระบุว่า คนที่ไม่รับประทานอาหารเช้า จะมีความเสี่ยงที่น้ำหนักตัวจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะพวกเขามักเลือกที่จะรับประทานอาหารที่มีแคลอรีสูงแทน ในมื้อต่อๆ มา


โดย การวิจัยดังกล่าว จัดทำขึ้นโดยการเก็บข้อมูลของผลการสแกนสมองของอาสาสมัครจำนวน 21 คน ที่มีทั้งกลุ่มที่รับประทานอาหารเช้า และกลุ่มที่ไม่รับประทานอาหารเช้า ซึ่งข้อมูลที่ได้ระบุว่า อาสาสมัครคนใดที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้า สมองจะสั่งการให้รับประทานอาหารมากขึ้นในมื้อกลางวัน และอาหารประเภทที่มีแคลอรีสูง จะเป็นอาหารที่กลุ่มคนที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้า มีความต้องการมากเป็นพิเศษ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ นักวิจัยไม่สามารถให้เหตุผลได้ว่า เหตุใดสมองจึงสั่งการเช่นนั้น และสมองมีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือกรับประทานอาหารมากน้อยเพียงใด


สำหรับกลุ่มคนที่กำลังลดความอ้วนนั้น นักวิจัยได้แนะนำว่า ไม่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเช้า เพราะจะส่งผลให้มีการรับประทานอาหารที่มีแคลอรีสูงในมื้อถัดไป และจะยิ่งทำให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากขึ้น และยิ่งคนๆ นั้นมีความหิวมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งรับประทานอาหารมื้อถัดไปมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากการสั่งการของสมอง ที่จะตอบสนองได้อย่างรวดเร็วกว่าในเวลาที่หิวจัด


นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ อาหารเช้ามีผลโดยตรงที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และช่วยให้การดำรงชีวิตในแต่ละวันเป็นไปตามปกติ ดังนั้น หากใครที่ต้องการให้ร่างกายทำงานตามปกติ ก็ควรรับประทานอาหารเช้าในทุกๆ วัน


ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ การลดความอ้วนและลดน้ำหนัก จาก VOICEtv

0 Comments
Posted in Arrangement, Art, Business

รู้หรือเปล่า? ดนตรีช่วยให้กินน้อยลงได้

ดนตรีช่วยให้กินน้อยลงได้

การไปกินข้าวนอกบ้านนี่มันเจ๋งสุดๆ เลยใช่ป่ะหล่ะ?


แต่ปริมาณแคลอรี่ที่ตามมา หลังจากออกไปหม่ำมื้อพิเศษนี่แหละ ที่มันทำให้ความเจ๋งลดลงถึงขั้นติดลบ


จากงานวิจัยใหม่ล่าสุด มีวิธีที่ง่ายมากเลยที่จะกินให้น้อยลง โดยไม่ต้องฝืนใจตัวเองอย่างหนัก!


จากการศึกษาของ "คอร์เนล" พบว่า เรามีแนวโน้มที่จะกินน้อยลงในร้านอาหาร ด้วยแสงสลัวๆ และดนตรีเบาๆ (อย่างแจ๊สนะ ไม่ใช่ร็อกหรือแทงโก้) และจะดียิ่งกว่าเมื่อเราเพลิดเพลินกับอาหารมากกว่าสภาพแวดล้อม


ในการศึกษานี้ นักวิจัยตกแต่งร้านอาหารตามเงื่อนไขเรื่องแสงและเพลง และพบว่าผู้เข้าร่วมทดลองรับประทานมื้อเย็นในจำนวนน้อยกว่า 175 แคลอรี่ ผลลัพธ์ออกมาถือว่าไม่แย่สำหรับการทดลองครั้งแรก แต่ว่าถ้าคุณกินอาหารนอกบ้านบ่อยๆ มันอาจจะเพิ่มขึ้นก็ได้นะ


นักวิทยาศาสตร์อธิบายเรื่องนี้ว่า แสง ไฟสลัวๆ และเสียงเพลงที่ผ่อนคลาย ช่วยให้คุณรู้สึกสบายและทำให้การกินของคุณใช้เวลามากขึ้น และเมื่อคุณกินช้าลง คุณจะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น นั่นทำให้คุณกินน้อยกว่าปกติ


แน่นอนว่าผลวิจัยนี้พูดถึงเฉพาะกรณีกินที่ร้านอาหาร แต่ถ้าเป็นการนำไปประยุกต์ที่บ้าน จะเลือกเปิดดนตรีไทยหรือปิดไฟให้หมดบ้านเลยก็ได้นะ คุณจะยิ่งรู้สึกเพลิดเพลินกับมื้ออาหาร แล้วก็กินน้อยลง ช่วยให้ลดความอ้วนได้ดีขึ้นค่ะ


ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ การลดความอ้วนและลดน้ำหนัก จาก Cosmopolitan.com

0 Comments
Posted in Arrangement, Art, Business

อย่าให้คำว่าน้ำมัน มาหลอกคุณว่า “อ้วน”

อย่าให้คำว่าน้ำมัน มาหลอกคุณว่า อ้วน

ขึ้นชื่อว่าน้ำมัน ใครที่ได้ยินต่างก็ต้องร้องกันไปต่างๆนาๆ ว่าทำให้อ้วนบ้าง มีคอเลสเตอรอลบ้าง อย่าให้คำว่าน้ำมันมาหลอกคุณได้อีกต่อไป ว่าทำให้ลดความอ้วนลำบาก เพราะน้ำมันดีๆก็มีค่ะ ลองหันมาลองใช้น้ำมันที่จะเอ่ยถึงเหล่านี้ดูซิคะ รับรองว่า จะทำให้คุณกลายเป็นผู้หญิงที่สุขภาพดีทีเดียว ยอมลงทุนแพงหน่อยเพื่อแลกกับสิ่งที่ได้มา นับว่าคุ้มค่ะ

 

อย่าให้คำว่าน้ำมัน มาหลอกคุณว่าอ้วน-1

- น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอก มี polyphenols ที่ช่วยในการต่อสู้มะเร็งสูงมากค่ะ มีกรดโอเลอิคอยู่ ในปริมาณสูง จึงมีผลในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบและอาการอักเสบที่กระเพาะและลำ ไส้ได้ด้วย และยังสามารถช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกด้วยละค่ะ มืออาหารมือต่อไปของคุณ ลองใช้น้ำมันมะกอกในการประกอบอาหารดูค่ะ มันจะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีแน่ๆ

 

อย่าให้คำว่าน้ำมัน มาหลอกคุณว่าอ้วน-2

- น้ำมันมะพร้าว

รู้ไหมคะ ว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยต่อต้านกับแบคทีเรียได้ลองผสมน้ำมันมะพร้าวลงในน้ำอุ่น แล้วกลั้วปากในตอนเช้าดูค่ะ จะช่วยลดกลิ่นปากได้ แถมน้ำมันมะพร้าวยังเคยถูกศึกษาและยืนยันแล้วว่า สามารถช่วยลดความอ้วนได้ ลองผสมน้ำมันมะพร้าวลงในโยเกิร์ตแล้วรับประทานทุกวันดูสิคะ รับรอง ว่าช่วยลดน้ำหนัดได้จริงๆ

อย่าให้คำว่าน้ำมัน มาหลอกคุณว่าอ้วน-3

- น้ำมันรำข้าว

ในน้ำมันรำข้าวมีวิตามิน E ในระดับสูงมากค่ะ ซึ่งวิตามิน E นี้จะช่วยในการบำรุงผิว และยังเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ชั้นดีจากธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง และยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ด้วยค่ะ


อย่าให้คำว่าน้ำมัน มาหลอกคุณว่าอ้วน-4- น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน

ในน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน มีกรดไลโนเลอิกสูงถึง 44-75 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกาย สามารถป้องกันการแข็งตัวของเลือดในหลอดเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ และมีวิตามินอีซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ คอยดักจับ และทำลายของเสียที่จะมาทำลายเซลล์ต่างๆ ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันการเกิดมะเร็ง บำรุงสายตา

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ การลดความอ้วนและลดน้ำหนัก จาก MH.UK , guru.sanook.com

0 Comments
Posted in Arrangement, Art, Business

เทคนิคดีๆ ดูแลผิวเนียนสวย

สาวๆอย่างเราๆไหนจะต้องคอยดูแลภาพลักษณ์ให้ดูดีเสมอแล้ว งานที่ทำก็ต้องไม่ให้ขาดตกบกพร่อง เพราะฉะนั้นจะมีเทคนิคอะไรดีๆ ในการเสริม ความสวยความงาม ให้กับตัวเองให้เร็ว และง่ายที่สุด มาดูกันดีกว่าว่า สาวๆจะมีเทคนิคอะไรบ้างในการดูแลผิวหน้า ทรงผม เรือนร่าง และเล็บแบบรวดเร็วทันใจ
เทคนิคดีๆ ดูแลผิวให้เนียนสวย

ผิวหน้า


**ถึงแม้คุณจะมีเวลาน้อยนิดเพียงใด**
สิ่ง ที่ไม่ควรละเลยหรือข้ามขั้นตอนเลยคือ การทำความสะอาดใบหน้าอย่างหมดจดเสมอ โดยเฉพาะก่อนเข้านอน เพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตัน ซึ่งอาจนำไปสู่การเป้นสิวได้ เคล็ดลับสำคัญที่ช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาดใบหน้าก็คือ การเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรอบดวงตา สามารถช่วยคุณกำจัดคราบเครื่องสำอางและความสกปรกได้ภายในพริบตา เพียงแค่เทมันลงบนก้อนสำลี วางทับลงบนดวงตา รอซัก 5 วินาทีก่อนเช็ดออกทางด้านข้าง ถ้าคุณใช้มาสคาร่าหรืออายไลเนอร์ให้เช็ดซ้ำอีกครั้ง โดยหมุนก้อนสำลีเป็นวงกลมแล้วเช็ดลงด้านล่าง จากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางเช็ดให้ทั่วใบหน้า ผิวคุรก้จะสะอาดพอสมควรแล้วในระดับหนึ่ง แต่หากคุณต้องการล้างหน้าด้วยนำ้สะอาดอีกครั้งก็ไม่ว่ากัน


**ถ้าคุณทำความสะอาดผิวหน้าอย่างดีแล้ว**
การ ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดในตอนเช้าก็เพียงพอแล้ว แต่ที่ลืมไม่ได้ก็คือ การให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวและการปกป้องแสงแดด คุณสามารถเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ผสมสารป้องกันแดดเพื่อการประหยัดเวลา และสามารถเติมรองพื้นลงไปเล็กน้อยในมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้ผิวหน้าเรียบเนียนได้ในขั้นตอนเดียว หรือเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์แบบเจือสีก็ได้เช่นกัน


**เพื่อแก้ปัญหาตาบวมอย่างทันใจ**
ลอง ใช้ถุงชาที่ชงแล้วแช่เย็นโปะลงบนตาเป้นเวลา 10-20 นาที มันจะช่วยบรรเทาอาการตาบวม และทำให้ตาระคายเคือง หรือแตงกวาฝานแช่เย็น มันฝรั่งดิบฝาน(เอาไปแช่น้ำก่อนแช่เย็น) หรือช้อนแช่เย็น ก็จะได้ผลแบบเดียวกัน

เส้นผม


**ถ้าคุณไม่มีเวลาสระผม**
และ อยากขจัดความมันเยิ้มของเส้นผมออก คุรคงเคยได้ยินคำแนะนำที่ว่าให้ใช้แป้งเด็กโรยที่โคนผมเพื่อดูดซับความมัน แต่การใช้แป้งเด็กมากเกินไป อาจทำให้ผมของคุณกลายเป็นสีเทาได้ ลองเปลี่ยนมาใช้แป้งฝุ่นแบบไร้สีแทน โรยเฉพาะที่โคนผม และอย่าใช้มากเกินไป จากนั้นแปรงออกเบาๆ อย่าแปรงแรงนัก เพราะมันมีแต่จะกระตุ้นรากผมให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น


**ถ้าไม่มีเวลาในการเป่าไดร์ผมทั้งศีรษะ**
ลองไดร์ผมเฉพาะรอบๆใบหน้าและบริเวณแสกผม ซึ่งเป็นส่วนที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด

**เติมความพองสวยให้เส้นผมภายในพริบตา**

ด้วยการก้มตัวลง ฉีดสเปรย์ที่โคนผมแล้วแปรงผมเบาๆ จากนั้นเงยหน้าขึ้น เส้นผมจะพองตัวสวยในทันที


**การเตรียมพร้อมช่วยลดเวลาแต่งผมของคุณในตอนเช้า**
โดย หลังจากสระผมเสร็จแล้วเป่าไดร์จนผมเกือบแห้ง ใส่ผลิตภัณฑ์แต่งผมเล็กน้อยตามต้องการ แ้วใช้ดรลขนาดใหญ่ม้วนผมหรือมัดผมเปนเกลียว แล้วเข้านอนทั้งอย่างนั้น พอตอนเช้าหลังแกะโรลม้วนผมออก ใช้แปรงกลมขนาดใหญ่เป่าไดร์ผมอีกเล็กน้อย คุรจะได้ผมที่เรียบตรงและมีวอรุ่มสวยงาม สำหรับผมหยิกเมื่อแกะผมที่มัดเกลียวเอาไว้ ให้ใช้นิ้วมือสางเล็กน้อย คุณก็จะได้ลอนผมนุ่มสลวยทันที

เรือนร่าง


เริ่มต้นวันใหม่ด้วยเครื่องดิ่มขับสารพิษ ต้มน้ำและเติมน้ำมะนาวลงไปครึ่งลูก และดื่มตอนที่ยังร้อน เครื่องดื่มร้อนนี้จะช่วยทำความสะอาดระบบร่างกาย ถ้าผิวของคุณต้องการความชุ่มชื้นเพิ่มเป็นพิเศษ และมอยเจอร์ไรเซอร์ตามปกติใช้เวลานานกว่าจะซึมซับเข้าไป ลองชโลมคอนดิชั่นเนอร์ใส่ผมลงบนผิวในระหว่างอาบน้ำแล้วนวดให้มันซึมเข้าผิว ล้างออกให้สะอาด อย่าใช้น้ำร้อนจัด เพราะจะทำลายผิว ใช้น้ำอุ่นๆ แล้วสุดท้ายราดด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน


มือและเล็บ


**รู้หรือไม่ว่าลิปบาล์มสามารถใช้เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่หนังข้างเล็บได้**
ลองใช้ลิปบาล์มธรรมชาติที่มีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์และวิตามินอีจะได้ผลดีที่สุด


**ถ้าคุณอยากทำเล็บสไตล์ French-Manicure แต่มีเวลาไม่มากนัก**
ลองใช้ดินสอสีไฮไลต์สีขาวเขียนที่ด้านล่างของปลายเล็บ แล้วทาด้านบนเล็บด้วยยาทาเล็บสีใส คุณก็ได้เล็บแบบ French-Manicure แล้ว


ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ความสวย ความงาม จาก นิตยสารลิซ่า

0 Comments
Posted in Arrangement, Art, Business

นวดหน้าอก ด้วยตัวเอง

นวดหน้าอก ด้วยตัวเอง

หน้าอกของเราเป็นสิ่งที่เราควรดูแลรักษาอย่างดี เพื่อให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี และช่วยขจัดสารพิษออกไปด้วยค่ะ


+ ใช้ฝ่ามือทั้งสองกุมทรวงอกแล้วนวดเบาๆ


+ ยกแขนซ้ายขึ้น ใช้มือขวาจับที่ด้านในของต้นแขนซ้าย แล้วนวดช้าๆ จากใต้รักแร้มาที่ด้านหน้าของอก พร้อมกับตบเบาๆ แล้วทำอีกข้างแบบเดียวกัน


+ ใช้แรงกดที่ช่องระหว่างซี่โครง เพื่อให้ก้อนบวมที่สะสมอยู่สลายไป กางนิ้วทั้งสิบออก กดกลึงทรวงอกจากด้านในตรงกลางออกไปด้านนอก แล้วกดกลึงด้านนอกเข้าด้านใน


+ กดตรงกลางของกระดูกหน้าอก เริ่มจากใต้คอผ่านจุดกึ่งกลางลงไปถึงลิ้นปี่


+ แกว่งแขนทั้งสองข้างไปข้างหลังช้าๆ เหมือนกับพายเรือแล้วเดิน ท่านี้ควรทำเป็นประจำ จะช่วยให้ขจัดก้อนบวมและการไหลเวียนของน้เหลืองดีขึ้น


+ ยกแขนขึ้นกางออกเหมือนผีเสื้อหรือนกกระพือปีก แล้วหายใจเข้าออกพร้อมกับร้องฮูฮา ไปด้วย ท่านี้จะช่วยกระชับทรวงอกได้ด้วยค่ะ


ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ความสวย ความงาม จาก www.ladytip.com